[Title]…..Dark…StaR…[Category]…LonGFic...
[Actors]…AkaNishi…Jin…x…KamEnaShi…KaZuyA…&…Etc…[Author]…Aka…mE
[Chapter]…02…
*****
“ข้าจะเตือนเป็นครั้งสุดท้าย.......ปล่อยข้า”แต่กลับอีกคนยังทำหน้านิ่งเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น......น้ำเสียงนั้นจริงจังและกดต่ำแต่จินนั้นคงจะไม่ได้สังเกตสิ่งใดนอกจากเรียวปากบางเฉียบสีแดงสด......ดวงตาคู่งามที่เฉี่ยวบาดใจ.....จมูกโด่งรั้น......หุ่นเพรียวบาง....และข้อมือน้อยในอุ้งมือหนาของตน“ไม่!!........จนกว่าเจ้าจะ...โอ๊ยยยยย”แล้วก็เป็นการเตือนครั้งสุดท้ายจริงๆเมื่อกำปั้นเล็กๆของร่างบางเสยเข้าที่ปลายคางของร่างสูง
“นี่เจ้า!!”จินร้องออกมาเมื่อรู้สึกชาและมึนไปชั่วเวลาหนึ่ง......มือหนาที่กำแน่นตรงข้อมือบางก็หลุดออกโดยอัตโนมัติ......ร่างสูงหันมามองร่างเล็กๆตรงหน้าหลังจากถูกทำให้หน้าหันไปโดยไม่รู้ตัว......แต่นอกจากร่างบางนั้นจะไม่ขอโทษและไม่บอกชื่อกลับมาแล้ว.....ร่างเล็กๆนั้นก็เดินจากไปโดยไม่ทุกข์ร้อนพร้อมกับน้ำเสียงเรียบๆที่เอ่ยกลับมาว่า..............
“นี่แค่มือซ้ายหรอกนะ”
*****
“ฮ่าๆๆ....แม่นางคนสวยของเจ้านี่มือหนักไม่เบานะ......นี่ขนาดข้างที่ไม่ถนัด”เสียงของลูกพี่ลูกน้องตัวดีดังขึ้นข้างกายจิน.....อย่างที่เอ่ยไว้ไม่มีผิด.....จะรอจนกว่าข้าจะกลับให้ได้สินะ....แล้วพอเห็นข้าเข้ามาก็บ่นโน่นนี่จนน่ารำคาญแถมยังโวยวายใหญ่โตเมื่อเห็นแผลตรงมุมปากของเขา
“ขำนักรึไงยูอิจิ”ร่างสูงมองอีกคนอย่างเคืองๆ......นอกจากจะขัดจังหวะบรรยากาศดีๆของข้าแล้วเจ้ายังปากมากล้อข้าอีก
“เปล่าหรอก.....ก็ไม่เคยเห็นเจ้าจะสนใจผู้ใดที่เล่นตัวนักนี่.....ช่างเป็นคนสวยที่มีสมองจริงๆ”พูดไปพลางทำแผลที่มีรอยแตกตรงมุมปากของใบหน้าคม......อยากจะเห็นนักใครกันที่ทำให้จินถึงกับเผลอรั้งข้อมือไว้กลางถนน
“โอ๊ยย.....เบาหน่อยสิ....นี่ปากคนนะ”เพราะแรงกดซับเลือดของยูอิจินั้นแรงไปเพียงนิดทำให้อีกคนถึงกับร้องโอดโอย
“ข้าก็นึกว่าปากแวมไพร์...........ข้าล้อเล่น”สายตาของจินที่ตอบกลับมานั้นบอกให้รู้ว่าไม่ขำกับมุขที่นับวันจะเริ่มฝืดของยูอิจิ...และนั่นก็ทำให้อีกคนเอ่ยออกมาอย่างอ่อยๆตรงคำว่า ล้อเล่น
“..........เสร็จแล้ว”ยูอิจิทำท่าจะลุกออกไปจากห้องนั่งเล่นที่ทั้งคู่นั่งอยู่เพื่อเตรียมตัวนอน.....แต่พอเห็นสายตาเพ้อของคนที่ปากแตกนั้นก็ทำให้อดล้อไม่ได้
“คิดถึงแม่นางผู้นั้นหรืออย่างไร”
“........อย่างนั้นล่ะมั้ง”แม่นาง....งั้นรึ.........ช่างเป็นคำที่เหมาะสมเสียจริง......แล้วใบหน้าสวยๆของคนที่ยูอิจิเรียกว่าแม่นางก็ลอยเข้ามาในโสตประสาทของจิน........ช่างงดงามยิ่งนัก......ข้าอยากจะรู้นักว่าเจ้าเป็นใคร
“ให้ตายสิ......โดนเข้าไปเต็มๆแล้วล่ะ”ความรัก........ยูอิจิพึมพำกับตนเองพร้อมกับเดินไปเก็บกล่องยา......ไม่เคยเห็นเจ้าจินจะเป็นเยี่ยงนี้ได้....นี่คงจะเป็นเพราะหมัดหอมๆของแม่นางผู้นั้นสินะ........พยายามเข้าล่ะเจ้าน้องชาย
*****
ภายในห้องสีเข้มมีเพียงดวงไฟสีส้มอ่อนๆจากโคมไฟหัวเตียงที่ส่องแสงสว่างไปที่ระเบียงด้านนอกได้เพียงนิด.......ร่างสูงที่ยืนมองทิวทัศน์ตรงหน้าที่กว้างออกไปสุดลูกหูลูกตา....มือหนาถือแก้วใสๆทรงเตี้ยที่ภายในมีเพียงน้ำสีชาที่ออกฤทธิ์แรง.....แต่กับฮิเดอากิแล้ว.....ฤทธิ์เพียงเท่านี้ไม่ทำให้มึนได้หรอก
“........เจ้ายังต้องการสิ่งใดอีกนะ”คำพูดนั้นหลุดลอยออกมาอย่างคนใช้ความคิด......ทำให้นึกถึงอีกคนที่เป็นตัวการของปัญหาเหล่านี้......ปัญหาที่ก่อตัวขึ้นมาและยังคงบานปลายไม่สิ้นสุดเสียที.....ทำให้พลันนึกไปถึงภาพเก่าๆในอดีตที่เจ็บปวดจนเป็นรอยแผลบอบช้ำจนถึงขณะนี้…………
-เจ้า.......ไม่ใช่เจ้าใช่ไหม........บอกข้ามาสิว่าไม่ใช่เจ้า- เสียงของทักกี้ดังขึ้นตรงทางเดินหน้าห้องนอนของตนภายในคฤหาสน์หรูที่พูดได้ว่าเป็นบ้านของตน...ในวันที่รู้ถึงความจริงบางอย่าง.....ความจริงทุกอย่างที่ไม่อยากจะรับรู้
-..........ข้าเอง........ข้าเป็นคนขององค์กร.......ข้าเป็นคนที่จะทำลายพวกเจ้ายังไงล่ะ- เสียงของร่างตรงหน้านั้นชัดเจนและดังก้องไปทั่วความกว้างของพื้นที่นั้น......สายตานั้นเด็ดเดี่ยวและไม่ไหวติงมองมายังร่างสูงที่ยืนกำมือนิ่ง....ขอบตานั้นร้อนผ่าวแต่นั่นไม่ใช่เพราะความโกรธแค้น......แต่เป็นเพราะความเสียใจ......เสียใจให้กับความเชื่อใจที่มลายลงไปกับคำพูดเมื่อครู่
-เจ้าหลอกลวงข้าอย่างนั้นหรือ- เสียงของทักกี้เริ่มจะสั่นหากไม่กัดฟันแน่นแบบนี้......เขาแทบไม่อยากจะถามออกไปเพราะไม่อยากจะรับรู้กับคำตอบ
-ใช่..........- เสียงนั้นหนักแน่นราวกับจะตอกย้ำให้รับรู้กับความจริงทุกอย่าง
-ข้าหลอกลวงท่าน......ทั้งความเชื่อใจ.......ทั้ง...........ความรัก......ทุกอย่างก็แค่หนึ่งในแผนการที่จะเข้ามาที่นี่- อ่า......มันช่างยากนักกับการมองภาพตรงหน้าให้ชัดเจน....เพราะภาพนั้นมันช่างเลือนลางและพล่ามัว.....มือหนากำแน่นยิ่งขึ้นจนปลายเล็บนั้นเข้าเนื้อทำให้เลือดซึมออกมา
-แผนอย่างนั้นหรือ......ความรักที่เจ้ามีให้ข้าคือเรื่องโกหกอย่างนั้นหรือ- เอ่ยออกมาเหมือนจะตอกย้ำกับตัวเองเสียมากกว่า.....ไม่เคยรัก.......ไม่รัก......ถามย้ำทั้งกับคนตรงหน้าและตนเอง
-อย่างที่ข้าพูด......ข้าไม่เคยรักท่าน.......ไม่น่าเชื่อว่าท่านจะเชื่อมันได้ง่ายๆ- แล้วร่างบางก็เดินสวนออกไปเพื่อเดินไปยังบันไดที่ทอดไปสู่ชั้นล่าง.....ข้ารู้จักดี.....บ้านหลังนี้......บ้านที่ข้าคุ้นเคยนักหนา
-เจ้าไม่............- ร่างสูงเอ่ยออกมาแผ่วเบากับตัวเอง......ภายในหัวไม่อยากจะเชื่อกับคำพูดพวกนั้น.......ข้าเชื่อเจ้าอย่างง่ายดาย........เพราะข้าไม่เห็นถึงสิ่งที่เจ้าเรียกว่าหลอกลวง.....เจ้าไม่เคยหลอกข้า......ข้าเชื่อเช่นนั้นถึงได้ยอมรักจนหมดใจ..........เมื่อหันหลังกลับมาก็เห็นเพียงอีกคนที่เดินไปอย่างไม่สนใจ......ภาพที่เห็นคือมือบางที่ยกขึ้นมาตรงใบหน้าเหมือนกับปาดเช็ดบางอย่างแต่ก็ไม่สามารถรับรู้ได้เพราะร่างนั้นได้เดินหันหลังไปเรื่อยๆ......เดินจากออกไปไกลเหลือเกิน
-เจ้าไม่เคยโกหก........-ถึงจะตะโกนออกไปดังเพียงใดแต่ร่างนั้นก็ไม่หันหลังกลับมาฟัง.......ไม่แม้แต่จะหยุดฟังและยังเดินลงไปจนสุดปลายบันได......แต่ร่างสูงของทักกี้ก็ยังคงตะโกนบอกออกไป........ตามความรู้สึก......ตามที่ใจบอก
-เจ้าไม่เคยโกหก........ข้ารู้......เจ้าไม่เคยแกล้งรักข้า.......สึบะสะ!!!-………………
“หึ.......ช่างเป็นชื่อที่น่ารังเกียจ”ความรู้สึกนั้นทำไมยังมีอยู่ในจิตใจอีก.......หรือมันเป็นเพียงภาพความหลังเก่าๆ.....เพราะตอนนี้สิ่งที่อยู่ในความรู้สึกคือความแค้น........การหักหลัง.......การทรยศ.....เพราะข้ารังเกียจ.....รังเกียจชื่อนั้น......ช่างน่าขยะแขยงและสะอิดสะเอียน.....สิ่งเดียวที่จะทำให้หายไปได้.......คือทำให้เจ้าตายจากไปด้วยน้ำมือของข้าเพียงผู้เดียว
*****
“สวัสดีคาเมนาชิ.......ขึ้นมาข้างบนสิ”ชายหนุ่มรูปงามเอ่ยเชื้อเชิญให้ขึ้นไปยังห้องวิจัยที่เป็นเขตหวงห้ามก่อนได้รับอนุญาต...แต่กับร่างบางแล้วใครก็ยอมที่จะอนุญาตอย่างง่ายดาย
“สวัสดีครับนิชิกิโด”คาเมะก้มหัวให้เล็กน้อยพร้อมกับเดินขึ้นไปตามบันไดสูงที่อีกคนเดินนำเข้าไป....นิชิกิโด...เรียว.....หนึ่งในผู้วิจัยขององค์กรที่มีหน้าที่เดียวกับจุนโนะ....ผู้ที่ทำการทดลองหาเชื้อที่สามารถทำลายล้างเหล่าแวมไพร์จากการสกัดของกริดแวมไพร์.....เมื่อเข้ามาสายตาร่างบางก็มองรอบห้องสีขาวที่เต็มไปด้วยหลอดทดลองและน้ำหลากสีอย่างคุ้นเคย.....สายยางใสๆเชื่อมโยงกันอย่างน่าสับสน.....แต่ที่น่าสนใจที่สุดก็คงจะเป็นตู้กระจกใสบานใหญ่ที่ภายในบรรจุสิ่งสำคัญและน่าสนใจเอาไว้.......สายตาของร่างบางไม่ได้ปกปิดเลยว่าตื่นเต้นแค่ไหนกับการได้เข้ามาที่นี่....ทั้งๆที่เข้ามาบ่อยกว่าผู้อื่นที่ต้องทำงานในห้องนี้เสียอีก....และสายตานั้นก็ทำให้เรียวสังเกตเห็นอีกด้วย
“ชอบห้องนี้หรือ”เสียงนุ่มเอ่ยถามคนตรงหน้าที่บัดนี้ยืนมองตู้กระจกทรงกระบอกสูงอย่างสนอกสนใจ....สิ่งที่เจ้าเกลียดนักเกลียดหนา....บุคคลตรงหน้าที่อยู่ภายในตู้ที่มีน้ำยาหล่อเลี้ยงหมุนวนพร้อมสายยางใสๆลอยคว้างต่อตรงนั้นตรงนี้จนลายตา
“คงจะเป็นเช่นนั้นมั้งครับ.....”คาเมะเอ่ยขึ้นลอยๆเหมือนเพ้ออยู่ผู้เดียว.....มือบางก็ยื่นไปสัมผัสกับกระจกใสที่ทำให้เห็นภายในได้อย่างชัดเจน....คนผู้นี้....ไม่สิ.....แวมไพร์ตนนี้เป็นใครกันนะ....สำคัญขนาดที่หมดลมหายใจแล้วก็ยังต้องนำมาไว้ในที่แห่งนี้เพื่อไม่ให้ร่างสูญสลาย.....ทำไมไม่กำจัดทิ้งเสีย......ยิ่งคิดได้เช่นนั้นมือบางก็เผลอกำแน่นอยู่ตรงกระจกใส.....อยากจะทำให้สลายไปเสียจริง
“เอ๊ะ....คาเมนาชิ......มือเจ้าไปโดนอะไรมาหรือ”เรียวเอ่ยขึ้นพร้อมกับยื่นมือไปจับมาตรวจดู......มือบางที่เป็นรอยช้ำเหมือนกับไปชนเข้ากับอะไรบางอย่าง
“เอ่อ...คือข้าไปเจอคนบ้าๆมานะครับก็เลย...”
“ต่อยกลับไปอย่างนั้นหรือ”เสริมคำสุดท้ายลงไปให้ก็ได้รับคำตอบว่าใช่เมื่อร่างบางพยักหน้าหงึกหงักอย่างเกรงๆ
“เจ้านี่ไม่ดูสภาพตัวเองเสียเลย.....ตัวเล็กเพียงเท่านี้ยังจะไปทำอะไรผู้อื่นอีก.......มือก็นุ่มนิ่มอย่างนี้หัดระวังตัวบ้างสิ”ได้ทีก็ร่ายยาวบอกกับร่างบางอย่างเป็นห่วง....หากเกิดผิดพลาดโดนพวกบ้าๆนั่นทำมิดีมิร้ายจะทำเยี่ยงไร
“ท่านก็พูดเกินไป.....มือคู่นี้ต่างหากที่ฆ่าพวกแวมไพร์มานับไม่ถ้วน”ข้าก็มิใช่คนที่บอบบางถึงขนาดจะให้ใครทำร้ายได้หรอกครับ....เพราะคนอย่างข้าไม่รู้จักความรู้สึกเจ็บปวด.....ไม่เคยรู้สึกเลยเพราะข้ากำกับมันไว้อย่างแน่นหนา
“เหมือนกันเสียเมื่อไหร่......เดี๋ยวข้าจะทำแผลให้”เรียวก็ทำท่าจะเดินไปหากล่องยามาทำแผลให้อีกคน
“เอ่อ.....ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกครับ”แต่ร่างบางก็ปฏิเสธอย่างเสียไม่ได้.....แผลแค่นี้ไม่ต้องถึงขนาดรักษาหรอก
“ให้เรียวทำเถอะ”แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลังของทั้งคู่
“อิมาอิซัง”คาเมะเอ่ยชื่ออีกคนเบาๆ.....ทำให้สึบาสะต้องเดินเข้ามาใกล้เพื่อดูรอยแผลอย่างที่เรียวพูด
“อืม...มันแตกแล้วนะ....งั้นข้าทำให้เจ้าดีกว่า”เอ่ยขึ้นขณะมองไปยังรอยแผลที่เริ่มแตกเล็กน้อย....และคำพูดนั้นก็ทำให้เรียวต้องสะบัดหน้าไปมองทันที
“เดี๋ยวข้าทำให้เอง....ท่านมือหนักจะแย่สึบาสะซัง”พูดพลางค้นกล่องยาเพื่อนำมาทำแผลให้ร่างบาง....จะมาตัดหน้ากันได้เยี่ยงไร....วันนี้อุตส่าห์ไม่มีเจ้าจุนโนะมาขวางแล้วดันมาเจอสึบาสะซังเสียได้.....นานๆจะได้เล่นสนุกกับคนร่างบางเสียหน่อย
“เจ้ามีงานต้องทำนี่เรียว....มามะคาเมนาชิ....เดี๋ยวข้าทำแผลให้เอง”จูงมือบางแล้วก็เดินไปหยิบกล่องยาตรงหน้าเรียวเสียเฉยๆ...ทำให้อีกคนทำอะไรไม่ได้นอกจากกระซิบข้างหูให้ได้ยินเพียงสองคน
“ท่านสนุกคนเดียวอีกแล้วนะ”เสียงนั้นดูจะเข่นเคี้ยวอย่างหมันไส้ยิ่งนัก......แต่อีกคนก็ไม่ตอบโต้สิ่งใดกลับไปนอกจากยิ้มที่มุมปากอย่างเคยชิน
“ไปห้องข้าดีกว่า......ตรงนี้บรรยากาศไม่ค่อยจะดีนัก”แล้วก็ดึงแขนบางไปเสียเฉยๆเหมือนกับตุ๊กตาของเด็กน้อยที่หิ้วไปไหนมาไหนโดยง่าย....เพราะเป็นเหมือนตุ๊กตา.....ใครๆก็ต่างอยากเล่นอยากจับกันทั้งนั้น.....เพราะเหมือนตุ๊กตาที่ไร้จิตใจ.....เมื่อทำเยี่ยงไรก็ไม่รู้สึก......จึงต้องแกล้งให้รับรู้เสียบ้าง
“หึ.....สนุกสิ”เอ่ยขึ้นกับตัวเองเบาๆก่อนจะดึงแขนบางให้ตามตนเองออกไป.....สายตาเรียวของคาเมะก็หันมาก้มหัวให้เรียวที่ยืนหน้าบึ้งอยู่ตรงตู้กระจกใสอย่างที่คาเมะก็ไม่อาจรู้ถึงสาเหตุได้.....แต่สายตาก็ยังคงจับจ้องไปที่บุคคลภายในตู้นั้นที่ยังคงหลับใหลไม่รับรู้ถึงเรื่องราวใดๆ
*****
ห้องสีน้ำตาลเข้มที่ตกแต่งอย่างลงตัวโดยหลอดไฟสีส้มอ่อนหลากดวง.....ถูกจัดเหมือนกับห้องอื่นๆในคฤหาสน์หลังนี้....แต่สิ่งที่จะแปลกไปคงจะเป็นความเย็นเยือกของบรรยากาศภายในห้อง......สาเหตุก็คงจะมาจากเจ้าของที่ไม่เคยจะใส่ใจหรือใส่อารมณ์ความรู้สึกลงไปในห้องแห่งนี้.....เพราะเป็นเพียงห้องที่ใช้หลับใหลและทำงานในบางครั้ง.....นั่นจึงเป็นเหตุผลของการละเลยอย่างเคยชิน
“นี่ยามะ....ข้าบอกเจ้าแล้วใช่ไหมว่าอย่าเข้ามาตามแต่ใจน่ะ”เสียงของผู้เป็นเจ้าของสถานที่ดังขึ้น.....แม้จะไม่ได้ใส่ใจกับห้องนอนมากมายแต่ก็ไม่ชอบให้ผู้ใดมาก้าวก่ายในพื้นที่ส่วนตัว....เพราะเป็นพื้นที่ส่วนตัว....ไม่ว่าจะปล่อยปละละเลยเพียงใดก็ยังเป็นสิ่งส่วนตัวอยู่ดี
“เจ้าบอกข้านับร้อยครั้งแล้วล่ะ.......แต่ในเมื่อข้าไม่ใส่ใจ.....ข้าก็ย่อมเข้ามาได้สิ”เป็นคำตอบที่ขุ่นมัวยิ่งกว่าการเอามือไปคนในน้ำโคลนเสียอีก....แล้วร่างบางนั้นก็ขยับตัวมานั่งตรงที่วางแขนตรงเก้าอี้ทำงานของจินที่มีเจ้าตัวนั่งอยู่
“ปากเจ้าไปโดนสิ่งใดมาหรือจิน.....มันช้ำมากเลยนะ”มือบางจับปลายคางของร่างสูงให้หันมาจากโต๊ะเอกสารตรงหน้าเพื่อดูสภาพแผลที่เริ่มออกสีม่วงจนเข้ม
“ไม่มีอะไรหรอก......ปล่อยข้าเถอะข้าต้องทำงานต่อ”พยายามจะหันไปยังเอกสารบนโต๊ะอีกครั้งแต่ก็ยังถูกอีกคนจับให้หันมาเผชิญหน้าอีก
“อยู่นิ่งๆได้ไหม....หรือต้องให้ข้าจูบเพื่อรักษาแผลเจ้า”เพราะสายตานั้นบอกว่าไม่ได้ขู่หรือโกหก......แต่จะทำจริงๆต่างหาก.....ร่างสูงจึงทำได้แค่นั่งนิ่งๆให้อีกคนตรวจดูแผล.....เขาไม่เคยต่อต้านยามะได้สักครั้ง.....เพราะผู้ที่ได้ชื่อว่า.....ญาติหน้าสวย.....ผู้นี้ไม่เคยทำให้จินขัดขืนได้.....แต่มีเพียงเรื่องเดียว......สิ่งเดียวที่จินไม่ยอมให้ยามะเหลิงจนได้ใจ.......เพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง......และสิ่งนั้นที่ยามะกำลังจะเริ่มทำต่อจากนี้ทำให้ร่างสูงต้องลุกขึ้นเพื่อขยับออกจากรัศมีของวงแขนบางที่แน่นเหนียวยิ่งกว่ากาวใดๆ
“ทำไม.......ข้าก็แค่จะจูบรักษาให้.......ต้องหนีกันด้วยหรือ”ยังสามารถถามออกมาได้ว่าทำไม.....ก็เพราะกำลังจะจูบน่ะสิข้าถึงต้องทำเช่นนี้
“ไม่ต้องจูบข้าก็หายเองได้”และจินก็ทำท่าจะเดินออกไปจากห้องหากไม่มีเสียงของอีกคนดังขึ้นให้ได้ฟังประโยคเดิมๆที่เคยพูดตลอดมา
“หรือเพราะข้าเป็นญาติ.......เจ้าถึงไม่ยอมให้ข้าจูบ”คำว่าจูบนั้นช่างเอ่ยออกมาได้อย่างง่ายดายเหมือนไม่ใช่สิ่งที่สมควรเขินอาย.....และยามะก็รู้ได้ทันทีว่าจินคิดเช่นไร......เพราะตัวเขาเป็นเพียงญาติที่ไม่สามารถเลื่อนไปเป็นอย่างอื่นได้.....เพราะเป็นเพียงญาติที่จะถูกมองข้ามไปเมื่อไหร่ก็ได้
“มันไม่เกี่ยวกันหรอกนะ.....แต่มันไม่สมควร.....เจ้าไม่ใช่คนระ....”
“เพราะข้าไม่ใช่คนรัก......และไม่สามารถเป็นได้อย่างนั้นหรือ.......ถึงเจ้าจะพูดว่า...เจ้าไม่รักข้า...แต่ข้าก็จะบอกเจ้าทุกครั้งที่เจ้าบอกข้าว่า...ข้ารักเจ้า....และไม่มีวันตัดใจ”คำพูดยาวๆนั้นเอ่ยขึ้นก่อนที่จินจะได้พูดคำเดิมเหมือนที่เคยเอ่ยมาหลายครั้ง.....และยามะก็กล่าวประโยคเดิมเป็นครั้งที่ล้านจนร่างสูงสามารถท่องได้ขึ้นใจ
“มันยากนักหรือที่เจ้าจะเข้าใจยามะ”เสียงของจินราบเรียบเหมือนเหนื่อยหน่ายกับภาพเดิมที่เกิดซ้ำๆ
“เจ้าต่างหาก........มันยากนักหรือที่เจ้าจะรักข้า”และเสียงนี้ก็ดังขึ้นโต้เถียง.......แต่จินก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใดกลับไป.....เพราะมันเป็นสิ่งที่ยาก.....เพราะเจ้ามีสายเลือดเดียวกันกับข้า....และเจ้ายังเป็นคนที่ใครบางคนให้ความสำคัญอย่างที่สุด......เพราะข้ารู้ในสิ่งนั้น......ข้าจึงไม่อาจรักเจ้าได้ยังไงล่ะ......เพียงแค่นี้ก็มากพอแล้วกับเหตุผลทุกอย่าง
ปึง!!!!!
เสียงของอะไรบางอย่างดังขึ้นใกล้ๆห้องของจิน.........มันเหมือนกับเสียงการทุบของบางอย่างโดยแรง......อ่า......อีกแล้วสินะ......คนที่ให้ความสำคัญกับร่างบางตรงนี้นักหนา.....ก็ได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดอีกครั้ง........เป็นอย่างนี้ซ้ำๆจนจินไม่รู้ว่าคนผู้นั้นจะยังรับความเจ็บปวดได้อีกนานเพียงใด........เพราะมันเป็นเหมือนอย่างทุกครั้งเมื่อเขาและยามะมีปากเสียงกันเรื่องนี้......ก็ยังมีอีกคนคอยรับรู้และได้ยินมาเสมอ.....แม้ว่าจะไม่มีผู้ใดตั้งใจที่จะทำให้ใครเสียใจ.....แต่มันก็เป็นเรื่องผิดพลาดที่เกิดขึ้นซ้ำๆ.....และจินก็ไม่สามารถทำสิ่งใดได้นอกจากถอดถอนหายใจอย่างลำบากและกล่าวคำพูดคำเดียวที่พูดไว้มาตลอดในใจอย่างบางเบา........................ข้าขอโทษยูอิจิ
*****
“ฮึก.....ฮะ...ยู”เสียงหวานสะดุดทุกครั้งที่อีกคนเคลื่อนไหวบนกาย.......แรงที่ถ่าโถมเข้ามานั้นไม่ได้อ่อนโยนเลยแม้แต่น้อย.....มันมีแต่เจ็บปวดและโศกเศร้า.....เพราะคนบนกายร่างบางนั้นไม่เคยอ่อนหวานให้.....ทุกครั้งที่ได้กกกอด.....ตัวเขาก็รู้ว่าเป็นได้แค่เครื่องระบายอารมณ์.....ทุกครั้งที่ยูอิจิได้พบเห็นเหตุการณ์บอบช้ำที่ยามะได้ทำร้ายใครโดยไม่รู้ตัว......ทุกๆครั้งก็จะมาเล่าถึงความเสียใจให้ฟังอย่างมากมาย......และสุดท้ายตัวเขาก็เป็นได้แค่ที่รองรับ
“อ๊ะ.....ยู....แรงอีก.....ขอร้อง.....อ่ะ....ยูอิจิ....”เพราะไม่สามารถอ้อนวอนให้ผ่อนปรนจึงทำได้แค่เพียงเสริมแรงปรารถนามายังตัวเขา.....หากมันจะช่วยลดหย่อนความทรมาน.....ก็ช่วยทำ......ช่วยทำให้ข้าลืมเลือนไปเสียที.....เพราะมีเพียงข้าที่รัก.......เพราะมีเพียงข้าที่ห่วงหาในตัวท่าน......ได้โปรดเถอะ....แค่เพียงเวลานี้......มองเพียงข้า......เพียงข้าผู้เดียว
“ได้โปรด.......นามข้า....เรียก.......ฮึก.....นะ...นามของข้า......เรียกสิ.....”เอื้อนเอ่ยอย่างอ่อนล้า.....เพราะร่างสูงไม่เคยเอ่ยชื่อของอีกคนออกมาแม้แต่น้อย.......ไม่เคยตั้งแต่วันแรกที่ได้กอด.....จนถึงเวลานี้ก็ยังไม่กล่าวสิ่งใดออกมา.......ทุกอย่างถูกเก็บกักเอาไว้ภายในใจร่างสูงอย่างมากมาย......ทั้งความอึดอัด......ความทรมาน.....และความเจ็บปวด
“โปรดเรียกข้า....อ๊ะ........ได้โปรด......นาม...ขะ.....ข้า......ฮิโ........”และเสียงนั้นก็ขาดหายไปโดยที่ยังพูดไม่ทันจบประโยคที่ต้องการ......เพราะนามนั้นกำลังจะถูกเอ่ยออกมาโดยผู้เป็นเจ้าของ....แต่ยูอิจิก็ใช้ฝ่ามือใหญ่ปิดกั้นไว้.....เพราะภายในจิตใจยังคงจินตนาการถึงผู้อื่น.......บุคคลอื่นที่เอ่ยคำรักอย่างง่ายดายกับผู้ที่ได้ชื่อว่า.....น้องชาย......และเพราะเป็นน้องชายที่แสนสำคัญ.....ข้าจึงไม่อาจโกรธหรือเกลียด......ไม่อาจแค้นหรือทำร้าย......จึงได้แต่กักเก็บเอาไว้จนมากมายเพียงนี้.......และผู้ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยคือร่างบางด้านล่าง......เขารู้ดีว่าได้ทำร้ายใครอีกคนเข้าแล้ว.......แต่เพราะร่างบางนี้จะคอยปลอบอย่างเคยชิน.....ยูอิจิจึงได้ยอมรับการปลอบโยนนั้นอย่างง่ายดาย......เป็นเวลานานแล้วกับเรื่องราวเหล่านี้.....นานมากพอที่จะเป็นแผลฝังรากลึกให้ใครสักคน.......แต่ไม่มีเลย.....ไม่มีใครเลยที่จะหยุดเหตุการณ์บอบช้ำเหล่านี้.......เพราะต่างก็ช้ำ.......ต่างก็เจ็บจนเคยชินเสียแล้ว
“......อึก.......อื้อ”เพราะเรียวปากบางที่ถูกปิดอย่างสนิทจึงไม่สามารถส่งเสียงใดๆออกมาได้........แม้แต่ชื่อที่คอยเฝ้าบอกในยามนี้.....ก็เป็นอย่างเช่นทุกครั้ง......นอกจากจะเฝ้ามองใบหน้าที่ปิดตาสนิทของร่างสูง.......ร่างบางก็ทำได้เพียงเอื้อนเอ่ยชื่อของตัวเองภายในใจเบาๆ...........นามของข้า......ได้โปรดเรียกมันเพียงสักครั้ง.......ได้โปรดเรียกข้า.........ฮิโรกิ..............................................................
*****
-จิน.....เจ้าออกไปข้างนอกอีกแล้วนะ- เสียงนั้นช่างคุ้นหูเป็นอย่างยิ่ง....เพราะน้ำเสียงทั้งดุและข่มขู่......ช่วงนี้ข้าต้องได้ยินประโยคซ้ำๆเหล่านี้อีกนานเพียงใดกัน.......แค่ออกมาเดินเที่ยวเล่นนิดหน่อย.....ไม่ถึงชั่วโมงก็มีโทรศัพท์มาตามตัวกลับบ้าน.....นี่ข้าไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ.....ถึงจะได้มีเวลากลับบ้าน.....กินข้าว.....อาบน้ำ.....หรือเข้านอน
“ข้าก็แค่เบื่อๆเท่านั้นเอง”แล้วก็ตอบกลับไปอย่างที่ใจคิด......เพราะเบื่อที่จะเจอสิ่งใดซ้ำๆทุกวันๆ.....ยิ่งกับสิ่งที่จะต้องทำให้คนที่พูดด้วยอยู่นี้เจ็บช้ำเขายิ่งไม่อยากทำ.....แต่ก็ไม่มีเลยที่คนอย่างยูอิจิจะแค้นเคืองเขา.....นั่นยิ่งทำให้จินรู้สึกไม่ดียิ่งกว่าเดิม.....แต่เพราะยูอิจิรู้ว่าภายในจิตใจจินก็ไม่เคยคิดอื่นไกลนอกจากเห็นยามะเป็นเพียงญาติคนหนึ่งเท่านั้นจึงไม่คิดจะทำให้ทั้งเขาและจินขุ่นเคืองกัน
-ข้าให้เวลาเจ้าอีกยี่สิบนาทีเท่านั้น......เจ้าต้องกลับมากินข้าวเย็นที่นี่ให้ทัน-
“เห๊~~….นี่เจ้าคิดว่าข้าจะกลับทันอย่างนั้นหรือ”ใจจริงอยากจะพูดว่า...คิดว่าข้าจะกลับอย่างนั้นหรือ....ต่างหาก แต่เพราะยังไม่อยากจะกวนอะไรมากมายในตอนนี้ จึงได้แต่กล่าวไปเช่นนั้น....และเท้ายาวๆก็ยังก้าวเดินต่อไปไม่หยุดหย่อน.....เดินไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย
-นี่เจ้าอยู่ไหนกัน.....อย่าไปเที่ยวเล่นไกลนักจะได้ไหม- ทำเสียงดุอย่างกับสั่งสอนเด็กน้อยอย่างนั้นแหละ.....และนั่นก็ทำให้จินยิ่งอารมณ์บูดเข้าไปกันใหญ่
“เจ้าเลิกมองข้าเป็นเด็กๆเสียทีจะได้ไหม.....ข้าจะกลับเมื่อไหร่ก็ตามแต่ใจข้าสิ”คิ้วเข้มนั้นขมวดจนจะติดกันอย่างไม่พอใจ....ปากได้รูปก็ทำเสียงจิ๊ออกมาพร้อมกับพองลมเข้าไปที่แก้มทั้งสองข้าง.......ช่างเป็นการกระทำที่ไม่ใช่เด็กเสียเลย
-อยากให้ข้าทำอย่างนั้นจริงๆรึ-แล้วเสียงปลายสายก็ทำเสียงกรุ้มกริ่มกลับมาเสียอย่างนั้น.....เพราะสำหรับเขาแล้ว......จินก็แค่ผู้ใหญ่ในคราบเด็ก ที่ต้องทำตามใจก็เท่านั้น....ถ้าขู่เพียงสักนิดก็กลัวเสียเอง
“งั้นจะให้ข้าเหาะไปเสียตอนนี้เลยดีไหม”ถามไปอย่างนั้นเพราะตัวเขาเคยทำจริงๆ.....กลางวันแดดเปรี้ยงที่เขาบินไปทั่วท้องฟ้า....ผู้คนด้านล่างแตกตื่นกันใหญ่....แถมยังวิ่งตามเขามาถึงบ้าน....ช่างเป็นภาพที่สนุกยิ่งนัก...แต่กับผู้อื่นต้องคอยแก้ตัวอย่างร้อนรนว่าตาฝาดบ้าง....เข้าใจผิดบ้าง.....ใครจะไปตาฝ้าฝางได้นับร้อยพร้อมกันเล่า
-ถ้าเจ้าจะทำเช่นนั้นก็ไม่ต้องมาลงที่นี่ล่ะ-
“นี่เจ้า.......”หมันไส้นักที่โต้ตอบทันข้าได้ทุกที
-จะทำอย่างไรก็เรื่องของเจ้า.......ข้าให้เวลาอีกสิบนาที-
“ไหนเจ้าให้ยี่สิบมิใช่รึ”
-คุยกับเจ้าก็ผ่านมาแล้วสิบนาที.....อ่อ....สิบเอ็ดนาทีแล้วล่ะ-นาทีที่แสนมีค่าค่อยๆลดลงเพราะการเสียเวลาที่ไร้ประโยชน์เช่นนี้ มันน่านัก.....เจ้ายูอิจิ
-จิน......-แล้วจู่ๆเสียงปลายสายก็เปลี่ยนแปลงอารมณ์อย่างรวดเร็ว........เพราะมันฟังดูจริงจังกว่าที่ผ่านมานัก....ร่างสูงจึงเงียบเพื่อรับฟังสิ่งที่อีกฝ่ายจะกล่าวต่อ
-ไม่ต้องห่วงหรอกนะ......ข้าเข้าใจดี......”แล้วยูอิจิก็ตัดสายไปเองอีกครั้ง......ถึงจะเป็นคำพูดที่แปลกไปจากเดิมอย่างมากมาย......แต่กับร่างสูงแล้ว นั่นเป็นประโยคที่ดีที่สุดในรอบวันเลยทีเดียว.....ขอเพียงเข้าใจ....เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว
“นี่ข้าเป็นเด็กหนีออกจากบ้านหรือไงกัน”เพราะจากการกระทำก็บ่งบอกได้ดีอยู่แล้ว.......เกิดปัญหาแล้วก็หนีออกมา....พอปัญหาจบก็กลับบ้านไปอ้อนพ่อแม่
“กลับเลยล่ะกัน......หืม..................”เมื่อกำลังจะหันหลังกลับตามทางเดิมที่เดินมา...สายตาก็ไปเจอเข้ากับหนุ่มน้อยรูปงามที่ยืนจ้องมองนาฬิกาอย่างร้อนรน......ใบหน้าที่สวยสดนั้น....เห็นแค่เพียงเสี้ยววินาทีก็สามารถจดจำได้.......ผู้ที่ฝากรอยแผลไว้บนใบหน้านี้.......ผู้ที่ทำให้ร่างสูงถึงกับพร่ำเพ้อถึง................แม่นางคนสวยผู้นั้น!!
*****
To Be Con [Chapter]…03…
edit @ 19 Aug 2008 16:14:44 by Aka...mE